thaihotel24.com [thaihotel24.com] [Service hotels] [ mobile | english | ไทย | deutsch | french | svenska | русский | 中 文 | 日 本 ]
map
Hotel pckg-mupa
Mu Pa: Chiang Rai Package 3D2N



Location:Tour - Chiang Rai 3D2N
Hotel category:
Traveler ratings
Summary of reviews :
-/-
Room :
-/-
Facilities :
-/-
Service :  
-/-
Location :
-/-
Hotel service

USD Currency: Enter arrival and departure dates
Arrival date / Check-in:
Departure date / Check-out:
Length of stay:
nights
adult / child's AGE:
Enter the AGE of the child:
Example, for a child 7 years old, enter: 7
Example for more than 1 child:
2 children aged 8 and 9 years, enter: 8,9

Please enter the children's AGE,
not the number of children.

child age 2-11.
This hotel has special rates for some markets. Please set your nationality:
Hotel room status: Tariff extra
bed
roomrate
Excl.Tax
roomrate
INCL.Tax
* more rooms/beds required to fit number of guests *
Payment options:
Your E-Mail only ONE email address!
Check-in NAME as written in passport
City / Zip
Nationality country of citizenship
Residence country of residence
Mobile phone optional, used for SMS*
Notes & requests
Terms & conditions
Other hotels nearby Mu Pa: Chiang Rai Package 3D2N
Hotel pictures and facilities
[ - ] Text Size [ + ]

img
ตามรอยหมูป่า เที่ยวไร่ชา ชมสวนสิงห์ปาร์ค ไหว้พระวัดดัง ข้ามฝั่งพม่า
img img img
วันที่ 1 : รับสนามบินเชียงราย - ไร่ชาฉุยฟง - พระธาตุดอยดุง - พระตำหนักดอยตุง,ไร่แม่ฟ้าหลวง -
ถ้ำหลวง - ดอยผาหมี - วัดดอยเวา - พักโรงแรมแม่สาย

img img img
รายละเอียด
08.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินเชียงราย เปลี่ยนการเดินทางเป็นรถตู้ปรับอากาศ เดินทางเที่ยวชม ไร่ชาฉุยฟง เนื้อที่กว่า 500 ไร่ ในภูมิประเทศแถบเทือกเขาสูง จากระดับน้ำทะเลกว่า 1,200 เมตร มีความสวยงามของไร่ชาที่กว้างใหญ่ โดยจะปลูกโค้งวนตามสันเขาและลดหลั่นเป็นขั้นบันได ซึ่งดูสวยงามแปลกตา

จากนั้นนำท่านไปไหว้สักการะ วัดพระธาตุดอยตุง พระธาตุประจำคนเกิดปีกุญ (กุน) เป็นสถานที่ประดิษฐานพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย หรือกระดูกไหปลาร้าซึ่งนำมาจากประเทศอินเดีย ดังมีตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อ 1,000 กว่าปีล่วงมาแล้ว ประมาณ พ.ศ. 1454 ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้บูรณะองค์พระธาตุขึ้นใหม่ ตามศิลปะแบบล้านนาดั้งเดิมและได้สร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบองค์เดิมไว้จนถึงปัจจุบัน

จากนั้นนำท่านแวะเที่ยวดอยตุง หรือ พระตำหนักดอยตุง ก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของเรา โดยมีพระราชกระแสรับสั่งว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษา จะไม่เสด็จไปประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีก ไฮไลท์สำคัญในการมาเที่ยวดอยตุง นั่นก็คือการเก็บภาพความประทับใจกับทุ่งดอกไม้สีสันสดใส นั่นคือ สวนแม่ฟ้าหลวง เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขา
12:30 น. บริการอาหารกลางวัน(1) ณ ร้านอาหาร จากนั้นเดินทางไปตามรอยหมูป่าที่ถ้ำหลวง
14.00 น. เดินทางถึง วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน เป็นทิวเขาคล้ายรูปผู้หญิงสยายผม นอนทอดกายยาวขนานไปกับถนนในเขต อ.แม่จัน และ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยตุง โดยจะเห็นคล้ายมือขวา ส่วนหัว หน้าอก และลำตัวอย่างชัดเจน คนในพื้นที่จะเรียกกันว่า “ดอยนางนอน” มีจุดสูงสุดคือ “ผาช้างมูบ” ซึ่งมีความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 830 เมตร

สำหรับภายในถ้ำนั้นถือว่ามีความงดงามที่รอคอยนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวชมอยู่ เนื่องจากเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ มีความยาวกว่า 7 กิโลเมตร เชื่อกันว่ามีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย มีน้ำซับตลอดทั้งปี อีกทั้งภายในถ้ำมีห้องโถงกว้างใหญ่ สลับเส้นทางเดินที่ล้อมรอบไปด้วยหินเกล็ดสะท้อนแสง หินงอก หินย้อย และถ้ำลอดที่สวยงาม รวมทั้งมีค้างคาว
15.30 น เดินทางขึ้นไปจิบกาแฟชมวิว ณ “ดอยผาหมี” ร้านกาแฟดอยผาหมี ตั้งอยู่ในเขตแม่สายพิกัดทางเข้าอยู่แถวร้าน ‘จันกะผัก’ เป็นร้านกาแฟร้านแรกบนดอยผาหมี บรรยากาศของร้านมีจุดชมวิวที่สวยงามมากมาย มุมถ่ายรูปเพียบ เรียกได้ว่าเป็นความ Unseen ของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ สำหรับเรื่องของกาแฟใช้เมล็ดกาแฟดอยผาหมีแท้ ๆ ซึ่งรับรองว่าอร่อยมาก มีทั้งกาแฟร้อนและเย็น ทางร้านจะไม่ใช้ครีมเทียมและไม่ใส่นมข้น ทำให้ทานง่ายขึ้น บอกเลยว่าใครทานก็อร่อยถูกปาก

นอกจากนี้ ยังมีบริการอาหาร เค้ก และเครื่องดื่มอีกมากมายหลายเมนู ซึ่งราคาไม่แพง อย่างตัวอย่างเช่น กาแฟร้อน เริ่มต้นที่ 25 – 60 บาท แน่นอนว่าร้านอยู่ท่ามกลางบรรยากาศดี ราคาดีๆ แบบนี้ ไม่มีที่ไหนอีกแล้ว แอบกระซิบหน่อยว่าบางช่วงพีค ๆ คนแน่นร้านจนไม่มีที่นั่งกันเลย จิบกาแฟเพลินๆ เล่นอินเทอร์เน็ตอยู่บนดอยไม่ต้องกลัวสะดุดเพราะทางร้านมี WIFI ฟรีไว้บริการลูกค้าด้วย เมนูแนะนำของร้านนี้ สำหรับคนที่ไม่เคยทานหรือไม่รู้จะทานอะไร คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เราขอแนะนำ อเมริกาโน่โซดา อเมริกาโน่น้ำผึ้ง กาแฟมะพร้าว กาแฟเฉาก๊วย กาแฟหัวบุก
16.30 น. เดินทางไปยัง “วัดพระธาตุดอยเวา” อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นวัดที่ทางโค้ชเอกและน้อง ๆ ทีมหมูป่า มาจำวัดและเป็นสถานที่จัดงานขอบคุณคนทั้งโลก ในเหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิต ที่เคยติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นภายในวัด เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และตอนนี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมแล้ว โดยตั้งชื่อว่า "พิพิธภัณฑ์หมูป่า 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง" โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีภาพบุคคลสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการดังกล่าว อาทิ ครูบาบุญชุ่ม ญานสังวโร พระเกจิชื่อดังลุ่มน้ำโขง และภาพ นาวาตรี สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม อดีตทหารหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล ที่เสียชีวิตในปฏิบัติการดังกล่าวเอาไว้ภายในด้วย
18.00 น. บริการอาหารค่ำ(2) ณ ร้านอาหาร
19.30 น. นำท่านเข้าสู่โรมแรม แม่สาย เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ 2 : ช้อปปิ้งตลาดท่าขี้เหล็ก - สามเหลี่ยมทองคำ - ไหว้พระเจ้าล้านตื้อ - พระธาตุจอมกิตติ -
พระธาตุเจดีย์หลวง - พระธาตุผาเงา - พักตัวเมืองเชียงราย

img img img
รายละเอียด
06.00 น. ตื่นเช้ารับอรุณ บริการอาหารเช้า(3) ณ ห้องอาหารของโรงแรม
06.30 น. เดินทางข้ามฝั่งไปประเทศพม่า พร้อมอิสระช้อปปิ้งที่ ตลาดท่าขี้เหล็ก  ฝั่งประเทศพม่า จากนั้นเดินทางกลับฝั่งไทย
08.30 น. เดินทางไปที่ สามเหลี่ยมทองคำ จุดที่แม่น้ำ ๒ สาย มาบรรจบในบริเวณที่แผ่นดินของ ๓ ประเทศมารวมอยู่ด้วยกัน ทั้งแผ่นดินไทย แผ่นดินพม่า และแผ่นดินลาว ที่จุดนี้มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่บนแท่นรูปเรือ ล่องไปตามแม่น้ำโขง พระพุทธรูปองค์นี้มีชื่อว่า พระเจ้าล้านตื้อ หรือพระเชียงแสน ด้านหลังมีองค์พระสังกัจจายน์ ที่ให้ผู้ศรัทธาได้ขว้างเหรียญใส่สะดือองค์พระ โดยจะมีโลหะปากลำโพงมีรางลงไปถึงสะดือองค์พระ ก็นับว่า กลยุทธในการเชิญชวนทำบุญได้อย่างมีดีทีเดียว
09.30 น. จากนั้นเดินทางไปไหว้ “วัดพระธาตุจอมกิตติ” ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย (อยู่ถนนเลียบแม่น้ำเชียงแสน - เชียงของ) ตามพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าพังคราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง เมื่อ พ.ศ. 1483 สมัยเดียวกับการสร้างพระธาตุจอมทอง เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นเจดีย์ย่อเหลี่ยมไม้สิบสองสมัยเชียงแสน ต่อมาในปี พ.ศ. 2030 หมื่นเชียงสงได้ก่อสร้างเจดีย์องค์ใหม่อยู่อีกองค์หนึ่ง คือ พระธาตุจอมแจ้ง มีบันไดนาค 339 ขั้น เป็นทางเดินขึ้นไปนมัสการหรือจะนำรถขึ้นไปจอดบนพระธาตุได้

สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระเจดีย์ทรงปราสาทยอดทรงระฆัง หลังคารูปบัวคว่ำ พระเจ้าพังคราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1483 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาเจ้าสุวรรณ คำล้าน เจ้าเมืองเชียงแสน ได้สร้างครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ เมื่อปี พ.ศ.2030 ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมองค์เจดีย์ในปัจจุบัน
11.30 น. จากนั้นเดินทางต่อไป “พระธาตุเจดีย์หลวง” พระธาตุเจดีย์หลวงได้ชื่อมาจากพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดซึ่งสูงถึง 88 เมตร มีฐานกว้าง 24 เมตร เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน ภายในวัดนอกจากพระเจดีย์หลวงแล้วยังมีพระวิหารซึ่งเก่าแก่มากพังทลายเกือบหมดแล้วและเจดีย์ธาตุแบบต่างๆ อีก 4 องค์ โบราณสถานแห่งนี้แม้ว่าจะปรักหักพังไปมากแล้วแต่ได้รับการบูรณะอย่างดีให้สมกับเป็นวัดที่สำคัญของเมืองหิรัญนครเงินยางภายในสมัยอาณาจักรล้านนาไทย

ภายในวิหารวัดพระธาตุเจดีย์หลวง พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนฐานยกสูงขึ้นไป ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยศิลปะแบบชาวเหนือ มีบันไดขึ้นลงทั้ง 2 ข้าง พระพุทธรูปบนฐานที่ยกสูงขึ้นไปนั้นมีหลวงพ่อเชียงแสน สิงห์ ๑ ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน และด้านบน พระพุทธอุโฆษ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานเบื้องหน้าองค์หลวงพ่อเชียงแสนสิงห์ ๑
13.00 น. บริการอาหารกลางวัน(4) จากนั้นเดินทางต่อไป “วัดพระธาตุผาเงา” เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอเชียงแสนและจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บนยอดก้อนหินใหญ่ คำว่า “ผาเงา” ก็คือเงาของก้อนผา หินก้อนนี้มีลักษณะสูงใหญ่คล้ายรูปทรงเจดีย์และทำร่มเงาได้ดีมาก ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “พระธาตุผาเงา” ความจริงก่อนที่ย้ายวัดมาอยู่ที่นี่ก็มีชื่อว่า วัดสบคำ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขง ฝั่งน้ำได้พังทลายลงทำให้บริเวณของวัดพัดพังลงใต้น้ำโขงเกือบหมดวัด คณะศรัทธาจึงได้ย้ายวัดไปอยู่ที่ใหม่บนเนินเขาซึ่งไม่ไกลจากวัดเดิม เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในพื้นที่ มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาสักการะและเยี่ยมชมมากมาย สภาพภายในวัดสงบร่มรื่ม โบราณสถานและโบราณวัตถุภายในวัดอยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี แม้ว่าบางส่วนจะเริ่มเสื่อมสภาพและขาดการอนุรักษ์ไปบ้าง เช่น ส่วนฐานของพระธาตุที่อิฐบางส่วนแตกหลุดออกและมีต้นไม้ขึ้นบนพระธาตุ
17.00 น. บริการอาหารค่ำ(5) ณ ร้านอาหาร จากนั้นกลับสู่ที่พัก ตัวเมืองเชียงราย พร้อมพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ 3 : วัดร่องขุ่น - สิงห์ปาร์ค - วัดห้วยปลากั้ง - วัดร่องเสือเต้น - พิพิธภัณฑ์บ้านดำ - ซื้อของฝาก - ส่งสนามบินเชียงราย

img img img
รายละเอียด
07.30 น. บริการอาหารเช้า(6) ณ ห้องอาหารโรงแรม
08.30 น. จากนั้นนำเที่ยวชม “วัดร่องขุ่น” สร้างพุทธศิลป์เพื่อแผ่นดิน ถวายเป็นพุทธบูชา เป็นวัดที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินของจังหวัดเชียงราย เพื่อมุ่งสร้างงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองและประกาศความยิ่งใหญ่ต่อคนทั้งโลกเพื่อถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติในนาม "White Temple" ระยะเวลาในการสร้างนั้นไม่มีกำหนดจนกว่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งได้วางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้วทั้งลูกศิษย์ที่สานต่อและทุนทรัพย์ ประชาชนคนไทยต้องหาโอกาสสักครั้งเพื่อมาชมวัดร่องขุ่น งานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ให้ได้
10.00 น. เที่ยวชม “สิงห์ปาร์ค” หรือไร่บุญรอด เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2554 และต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็น สิงห์ปาร์ค เชียงราย ภายในไร่บุญรอดปลูกพืช ทำการเกษตรหลายชนิด เช่น ไร่ชาอู่หลง, พุทราไต้หวัน, สตอร์เบอร์รี่, มัลเบอร์รี่, ยางพารา, ฟักทองยักษ์, ผัก – ผลไม้เมืองหนาว, ข้าวบาร์เลต์, ฟาร์มปศุสัตว์ เลี้ยงวัวนม ฯลฯ มาถึงที่นี่พลาดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปกับรูปปั้นสิงห์สีทองขนาดใหญ่อยู่บนเนินหญ้า เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปถ่ายรูป จากนั้นนั่งรถรางเพื่อเที่ยวชมจุดท่องเที่ยวในไร่บุญรอด (สิงห์ปาร์ค) ได้แก่
จุดที่ 1
เนินสิงห์ ลานดอกไม้ ทุ่งหญ้าหลากสี ร้านค้า ร้านชา กาแฟ ประชาสัมพันธ์ ที่จอดรถ
จุดที่ 2
ทะเลสาบและหงส์ สวนพุทธา ทุ่งดอกไม้ป่า
จุดที่ 3
ไร่ชาอู่หลง เนินดอกไม้ และผลไม้นานาชนิด
จุดที่ 4
ทุ่งหญ้าและวิถีชีวิตสัตว์
จุดที่ 5
ศูนย์จักรยาน พื้นที่จัดงาน Farm Festival
จุดที่ 6
จุดชมวิว 360 องศา พาโนรามาวิวพ้อยท์ ชมวิวทิวทัศน์เทือกเขารอบทิศ
จุดที่ 7
โรงเรือนระบบควบคุมอุณหภูมิแปลงปลูกพืชผักเมืองหนาว
รับประทานอาหารกลางวัน(7) ณ ร้านอาหาร จากนั้นเดินทางเที่ยวชม “วัดห้วยปลากั้ง” ตั้งอยู่ในตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นอีกวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงรายที่สวยงามตั้งอยู่บนเขา และมีเนินเขารายรอบวัดสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือ " พบโชคธรรมเจดีย์" ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น รูปทรงแปลกตาลักษณะเป็นทรงแหลม ศิลปะจีนผสมล้านนา หลังคาสีแดงมีรูปปั้นมังกรทอดยาวทั้งสองข้างบันได ล้อมรอบด้วยเจดีย์ เล็กๆ 12 ราศี

วัดห้วยปลากั้งเป็นวัดซึ่งชาวบ้านนับถือและเชื่อกันว่าหากใครได้มาเยือนจะหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์ ภายในเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปและ พระอรหันต์ต่างๆ ภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากไม้จันหอมองค์ใหญ่ สาเหตุ ที่เจดีย์ 9 ชั้นนี้ มีชื่อว่า พบโชคธรรมเจดีย์ เนื่องด้วยวัดห้วยปลากั้งแห่งนี้เป็นวัดร้างมาตั้งแต่โบราณกาล ไม่ทราบประวัติการสร้างแน่ชัด ต่อมาพระอาจารย์พบโชค ติสสะวังโส ได้บูรณะแลก่อสร้างถาวรวัตถุขึ้นจำนวนมากจึงกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของชาวเชียงรายอีกครั้ง
15:00 น. เที่ยวชม “วัดร่องเสือเต้น” มีความโดดเด่นของวันร่องเสือเต้นที่เห็นได้ชัดคือ วิหารวัดร่องเสือเต้น สร้างและออกแบบโดยศิลปินพื้นบ้านชาวเชียงราย นายพุทธา กาบแก้ว หรือที่คนรู้จัดในนาม สล่านก หลังจากที่จบการศึกษาใหม่ๆก็มีโอกาสได้มาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ในการสร้างวัดร่องขุ่น จนได้ซึมซับศิลปะแนวพุทธศิลป์มาจากอาจารย์เฉลิมชัย เรียกว่า ศิษย์ก้นกุฏิเลยก็ว่าได้

การสร้างวิหารวัดร่องเสือเต้น สร้างขึ้นเมื่อ วันที่ 27 ตุลาคม 2548 โดยมีขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 48 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ วันที่ 22 มกราคม 2559 ร่วมใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จถึง 11 ปี โทนสีที่ใช้เป็นโทนสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับวิหาร โดยสีน้ำเงินฟ้าของตัววิหารนั้นแสดงถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าที่ขจรขจายไปทั่วโลก ซึ่งเป็นหลักคำสอนที่เป็นความจริงตามหลักเหตุและผล เปรียบเสมือนดังท้องฟ้าที่สดใส เป็นศิลปะแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่แฝงด้วยธรรมของพุทธองค์
17:00 น. นำเที่ยวต่อที่ “พิพิธภัณฑ์บ้านดำ” พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านขนาดใหญ่ที่รวบรวมของสะสมและผลงานศิลปะอันล้ำค่านับหมื่นชิ้นภายใต้การรังสรรค์ของ "อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี" ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ผู้มีฝีมือทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น อีกทั้งยังเป็นที่นิยมชมชอบของวงการศิลปะสากลอย่างกว้างขวาง

บ้านดำมีลักษณะเป็นกลุ่มบ้านศิลปะแบบล้านนา ทุกหลังจะทาด้วยสีดำ จึงเป็นที่มาของคำว่า "บ้านดำ" ซึ่งเป็นสีที่อาจารย์ถวัลย์โปรดปรานอีกด้วย โดยบ้านแต่ละหลังได้แรงบันดาลใจมาจากล้านช้าง ล้านนา และสุวรรณภูมิทั้งหมด ซึ่งจะประดับด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงดงาม เขาสัตว์ อาทิ เขาควาย เขากวาง ตลอดจนกระดูกช้าง เป็นต้น

จากนั้นนำท่านแวะซื้อของฝาก และนำท่านส่งสนามบินเชียงราย พร้อมเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าที่พัก 2 คืน (พักห้องละ 2 -3 ท่าน) ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือ ระดับเทียบเท่า
  • ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และ ค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ระบุไว้ในรายการทัวร์ข้างต้น
  • ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ และเจ้าหน้าที่บริษัท ฯ ที่คอยอำนวยความสะดวกทุกท่านตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง ในกรณีเด็กเริ่มคุ้มครองตั้งแค่อายุ 6 เดือนเป็นต้นไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของบริษัทประกันชีวิต


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมค่าเช้าชมอุทยานสำหรับต่างชาติ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ส่วนตัวที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น ค่าอาหาร - เครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ ค่าซักรีดค่าโทรศัพท์ ค่าของฝาก เป็นต้น
  • ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)


ข้อแนะนำ
  • สายการบินที่เดินทางจากกรุงเทพ-เชียงราย ควรจองเป็นไฟล์เช้าสุดในทุกสายการบิน
  • สายการบินที่ที่เดินทางงจากเชียงราย-กรุงเทพฯ ควรจองเป็นไฟล์ดึกสุดในทุกสายการบิน
  • สิ่งที่ควรนำติดตัวไปด้วย : เสื้อกันหนาว / หมวกและถุงมือ / รองเท้าสวมสบาย / ครีมกันแดด / ของใช้ส่วนตัว / ยาประจำตัว / กล้องถ่ายรูป


หมายเหตุ
  • สงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงในการออกทัวร์ตามสภาพอากาศ ณ ช่วงเวลาการเดินทาง ณ ขณะนั้น
  • อาหารบางมื้อเป็นอาหารเพื่อความสะดวกในการรับประทานตามสถานที่ต่าง ๆ
แผนที่
img

 

goto top
[thaihotel24.com] [Service hotels] [Mu Pa: Chiang Rai Package 3D2N ] powered by R24.org
US